วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

http://wownamsiri040.blogspot.com


 แบบฝึกหัดท้ายบทที่6

ตอนที่1

1 อินเตอร์เน็ตใช้โปรโตคอลใดเป็นมาตรฐานเดียวกันเพื่อเชื่อมเครือข่ายเข้าด้วยกัน
        คือ TCP/IP เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจะต้องมีหมายเลขประจำเครื่อง ที่เรียกว่า IP Address เพื่อเอาไว้อ้างอิงกับเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ในเครือข่าย    

2 อินเตอร์เน็ตเป็นเครือข่ายของเครื่อข่ายเดิมมีชื่อว่าอะไร
         ARPANET

3 อินเตอร์เน็ตในประเทศไทยออนไลน์โดยสมบูรณ์เมื่อใด มีชื่อเรียกว่าอะไร
        ปี พ.ศ. 2538 เรียกว่า เครือข่ายไทยสารหรือไทยสารอินเตอร์เน็ต

5 โปรโตคอลคืออะไร
        คือ ตัวกลาง หรือภาษากลาง ที่ใช้เป็นมาตรฐานสำหรับการสื่อสารในระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

7 ระบบชื่อโดเมนคืออะไร
        เป็นระบบการตั้งชื่อให้กับ "ทรัพยากรเครือข่าย” แต่ที่พบโดยทั่วไปคือการตั้งชื่อโฮสต์เพื่อใช้แทนไอพีแอดเดรสซึ่งเป็นระบบชื่อที่มีฐานข้อมูลแบบกระจาย โดยไม่มีหน่วยงานหรือสถาบันใดควบคุมหรือมีฐานข้อมูลเดี่ยวครอบคลุมทั้งอินเทอร์เน็ต

9 องค์กรใดในประเทศไืทยทำหน้าที่ควบคุมดูแลจัดการเกี่ยวกับการตั้งชื่อโดเมนในอินเตอร์เน็ตของประเทศไทย ให้บริการจดทะเบียนชื่อโดเมนไม่ให้ซ้ำกัน

        InterNIC หรือ NIC 


ตอนที่3

1 HTML

         คือ ภาษาที่ใช้ในการเขียนเว็บเพจ หมายถึง ภาษาที่ใช้ในการเขียนข้อความ ลงบนเอกสารที่ต่างก็เชื่อมถึงกันใน cyberspace ผ่าน Hyperlink นั่นเอง 

2 SLIP/PPP
        SLIP และ PPP เป็น protocol ต่างแบบกัน ที่ไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ คอมพิวเตอร์ทั้งสองด้านจึงต้องใช้ software สำหรับ protocol ตัวใดตัวหนึ่งที่ตรงกัน

3 IP Address
        คือหมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งประกอบด้วยตัวเลข 4 ชุด มีเครื่องหมายจุดขั้นระหว่างชุด?ตัวอย่าง IP Address 192.168.0.1? เป็นต้น

4 TCP/IP
        เป็นระบบโปรโตคอล การสื่อสารพื้นฐานของระบบอินเตอร์เน็ต มันสามารถใช้เป็น โปรโตคอลในการสื่อสารภายใน เครือข่ายส่วนบุคคล เรียกว่า intranet และ extranet เมื่อมีการติดต่อโดยตรงกับ internet เครื่องคอมพิวเตอร์จะได้รับการคัดลอกโปรแกรม TCP/IP เช่นเดียวกับคอมพิวเตอร์อื่น ๆ เพื่อทำให้ส่งข้อความขอรับสารสนเทศ

5 Encryption
        เป็นการแปลงข้อมูลเป็นรูปแบบที่เรียกว่า cipher text ซึ่งจะไม่สามารถเข้าใจได้ง่ายโดยบุคคลที่ไม่มีอำนาจ decryption เป็นกระบวนการของการแปลงข้อมูล encryption กลับไปเป็นรูปแบบดั้งเดิมที่สามารถอ่านเข้าใจได้

6 PGP
        เป็น Software ที่ใช้สำหรับการเข้ารหัสข้อความเพื่อให้มีความปลอดภัยของข้อมูลมากขึ้นในการส่งข่าวสารระหว่างผู้ส่งและผู้รับ

7 Teleconferencing System
        คือระบบที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถทำการประุชุม หรือ นำเสนองานร่วมกับผู้อื่นได้้โดยผ่านเครื่อข่ายอินเตอร็เน็ต

8 Virtual University
        สถาบันการศึกษาที่เอื้ออำนวยให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้องค์ความรู้ผ่านทรางออนไลน์ โดยไม่จำกัดเวลา สถานที่  เป็นการผนวกความรู้ ความสามารถทางเทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญจากหลายแขนงสาขาวิชา

9 Web Page 
         สารสนเทศ หรือเอกสารที่อยู่บน อินเตอร์เน็ต  Web Page จะเขียนด้วยภาษา  HTML  ซึ่งจะกำหนดให้ มีเนื้อหาและรูปแบบต่างๆ 

10 Home Page
       คือคำที่ใช้เรียกหน้าแรกของเว็บไซต์ โดยเป็นทางเข้าหลักของเว็บไซต์ เมื่อเปิดเว็บไซต์นั้นขึ้นมา โฮมเพจ ก็จะเปรียบเสมือนกับเป็นสารบัญและคำนำที่เจ้าของเว็บไซต์นั้นได้สร้างขึ้น เพื่อใช้ประชาสัมพันธ์องค์กรของตน นอกจากนี้ ภายในโฮมเพจก็อาจมีเอกสารหรือข้อความที่เชื่อมโยงต่อไปยังเว็บเพจอื่นๆอีกด้วย

http://wownamsiri@040.blogspot.com


หลังจากที่เราเลือกผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการติดต่อขอใช้บริการอินเทอร์เน็ตกับ ISP ซึ่งในประเทศไทยมีผู้ให้บริการ 18 แห่งด้วยกัน คือ
1. บริษัท ล็อกซ์เล่ย์ อินฟอร์เมชั่น เซอร์วิส จำกัด
2. บริษัท เคเอสซี คอมเมอร์เชียล อินเทอร์เน็ต จำกัด
3. บริษัท อินโฟ แอคเซส จำกัด
4. บริษัท สามารถ อินโฟเน็ต จำกัด
5. บริษัท เอเน็ต จำกัด
6. บริษัท ไอเน็ต (ประเทศไทย) จำกัด
7. บริษัท เวิลด์เน็ต แอน เซอร์วิส จำกัด
8. บริษัท ดาตา ลายไทย จำกัด
9. บริษัท เอเชีย อินโฟเน็ต จำกัด
10. บริษัท ดิไอเดีย คอร์ปอเรชั่น ประเทศไทย จำกัด
11. บริษัท สยาม โกลบอล แอกเซส จำกัด
12. บริษัท ซีเอส คอมมิวนิเคชั่น จำกัด
13. บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด
14. บริษัท ชมะนันท์ เวิลด์เน็ต จำกัด
15. บริษัท ฟาร์อีสต์ อินเทอร์เน็ต จำกัด
16. บริษัท อีซีเน็ต จำกัด
17. บริษัท เคเบิล วายเลส จำกัด
18. บริษัท รอยเน็ต จำกัด (มหาชน).

http:wownamsiri040.blogspot.com

                                                   บทที่  6  อินเทอร์เน็ต

ตอนที่  1  อธิบาย

1.  อินเทอร์เน็ตใช้โปรโตคอลเป็นมาตราฐานเดียวกันเพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายเข้าด้วยกัน
ตอบ.   อินเตอร์เน็ต  เป็นระบบเครือข่ายที่มีขอบเขตควบคุมทั่วโลก  ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน้ตประกอบด้วยเครือข่ายจำนวนมากต่อเชื่อมเข้าด้วยภายใต้มาตราฐานเดียกัน  คือ  TCP/IP

2.  อินเทอร์เน็ตเป้นเครือข่ายของเครือข่ายเดิมมีชื่อว่าอะไร
ตอบ.  อารืพาเน็ต  เมื่อเดือนตุลาคม  พ.ศ2525  จากน้น  1  ปี  เปลี่ยนชื่อเป็น  คาร์พา  ต่อเดิมที่เรียกว่า  อาร์พาเน็ตได้เปลี่ยนกลายเป้นเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

3.  อินเตอร์เน็ตในประเทศไทยออนไลน์โดยสมบูรณ์เมืื่อใด  มีชื่อเรียกว่าอะไร
ตอบ.  ปี  พ.ศ.  2535  เรียกว่า  ดเครือข่ายไทยสาร  หรื  ไทยสารอินเตอร์เน็ต

4.  โปรโตคอลคืออะไร
ตอบ.  เป็นข้อกำหนดที่อธิบายวิธีการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการออกแบบ  เช่น  ลักษณะของข้อมูล

5.  ระบบชื่อโดเมนคืออะไร
ตอบ.  ระบบเครือข่ายที่เชื่อมต่อกันในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต  ระบบอาจจะแตกต่างกันหรือมีฮาร์ดแวร์แตกต่างกัน  แต่สามารถรับขส่งข้อมูลระหว่างเครือข่ายได้ด้วยซอฟต์แวร์ในเครืข่าย

6.องค์กรใดในประเทศไทยทำหน้าที่ควบคุมดูแลจัดการเกี่ยวกับการตั้งชื่อโดเมนในอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย  ให้บริการจดทะเบียนชื่่อโดเมนไม่ซ้ำกัน
ตอบ.  องค์กร  Inter  Nic  หรือ  Nic  (  Natwork )



ตอนที่  3    อธิบายคำศัพท์

1.HTML
ภาษาซึ่งแสดงผลได้ถึงข้อมูลที่เป็นข้อความ  ภาพนิ่ง  ภาพเคลื่อนไหว  และเสียง  เป็นสิ่งหลายมิติจึงคลอบคลุมโฮเปอร์เท็กซ์ด้วย


2.SLIP/PPP
การต่อด้วยโปโตคอล  เป็นการเชื่อมต่อผ่านโมเด็มหรือสายโทรศัพท์หรือสายสื่อสารอนุกรม   โดยใช้โปรโตคอล  SLIP  สำหรับสายเชื่อมต่อผ่านสายอนุกรม

3.IP  Adress
หมายเลขประจำตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้โปโตคอล  TCP / IP


4.TCP/IP
โปรโตคอลระบบปฎิบัติการยูนิกส์ที่ใช้ในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต


5.Encryption
การป้อนข้อมูลที่เป็นรหัสลับที่ไม้สามารถอ่านได้  ผู้ที่ทราบรหัสเท่านั้นที่จะสามารถถอดรหัสได้  (Decryption)  เพื่อถึงเข้าข้อมูลได้


6.PGP
เป้นดปรแกรมที่เข้ารหัสชนิดสาธารณะ    (   Public  key  )  เฟื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างผู้ใ้ช้ร่วมกันในระบบเครือข่ายเป็นโปรแกรมประเภทฟรีแวร์


7.Teleconferencing  System
ระบบการทำงานไกลเป็นระบบการทำงานที่มีพนักงานไม่จำเป้นต้องทำงานร่วมกัน


8.Virtual   University
ระบบมหาลัยเสมือนออกแบบมาเพื่อใช้ในการศึกษาทางไกล  ผู้เรียนสามารถลงทะเบียนเรียนและเรียนจากมหาลัยผ่านอินเตอร์เน็ตได้


9.Web   Page
แต่ละหน้าที่ของเว็บประกอบปัยด้วยข้อมุล  รูปภาพ  เสียง  และวีดีโอ  โดยเป็นข้อมูลแบบสื่อผสมหรือ สื่อมัลติมีเดีย


10.  Home  Page
หน้าแรกของเว็บ"ซค์

วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2556

http://wownamsiri040.blogspot.com



                                                  บทที่  5  การสื่อสารข้อมูลและระบบเครือข่าย

ตอนที่1  อธิบาย

1.  อธิบายความหมายของ  "ระบบการสื่อสารข้อมูล"
ตอบ  การถ่ายโอนหรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหรืการเคลื่อนย้ายข้อมูลระหว่างต้นทางและปลายทาง
โดยการผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์

2.  องค์ประกอบพื้นฐานของระบบสื่อสารมีอะไรบ้าง
ตอบ  1.  ผู้ส่ง
          2.  ผู้รับ
          3.  ข้อมูล
          4.  ช่องทางการสื่อสาร
          5.  โปรโตคอล

3.  สัญญาณอนาล็อกต่างจากสัญญาณดิจิตอลอย่างไร
ตอบ      สัญญาณอนาล็อก  เป็นการส่งสัญญาณข้อมูลแบบต่อเนื่องกัน  ส่วนสัญญาณดิจิตอลเป็นการส่งสัญญาณแบบฐานสองรูปแบบจองสัญญา  มีลักษณะเป็น  "1"  "0"

4.  รูปแบบการส่งสัญญาณข้อมูลแบบ  Full-  Duplex  เป็นอย่างไร
ตอบ   ทางสัญญาณส่งได้พร้อมกันทั้งสองทาง   สามารถตอบได้ทันที   เช่น  การพูด  โทรทัศน์  เป็นต้น

5.  สื่อกลางในการสื่อสารชนิดที่สามารถกำหนดเส้นทางได้เป็นอย่าไร  ยกตัวอย่าง
ตอบ  สื่อที่สามรถกำหนดเส้นทาง  ได้แก่  สายลู่บิดเกลียว  สายโทรทัศน์  สายโคแอกเซียล  และสายเคเบิล  ใยแก้วนำแสง  เป็นต้น

6.  สายโคแอกเซียลมีคุณสมบัติอย่างไร  ยกตัวอย่างการนำสายชนิดนี้มาใช้งานด้านใดบ้าง
ตอบ  เป็นสายสื่อสารขนาดกลางที่มีฉนวนหุ้มดีกว่า  ส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูงกว่าและเร็วกว่า

7.เพราะเหตุใดต้องนำสายเคเบิลใยแก้วนำแสงมาเป็นแกนหลัก  ของเครือข่าย
ตอบ.  มีแกนเป็นใยแก้วยาวสำหรับทางเดินของแสง

8.  หากไม่ต้องการใช้สายเคเบิลใยแก้วนำแสงเป็นแกนหลักของเครือ่ขาย   จะใช้สื่อชนิดใดแทนได้  เพราะเหตุใด
ตอบ  สายโคแอกเซียลเพราะมีลักษณะคล้ายกัน  แตกต่างกันที่มีหุ้มลวด

9.  อธิบายความหมายของ  "ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์"
ตอบ   เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไปที่เป็นอิสระต่อกันนำมาเชื่อมต่อกันได้โดยไม่จำกัด


10.  ประโยชน์ของระบบเครือข่ายมีอย่างไรบ้าง
ตอบ   1.การใช้ทรัพยากรร่วมกัน
           2.   การติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูล
           3.  เพื่อความเชื่อถือ
           4.  สามารถเพิ่มจำนวนผู้ให้บริการ
           5.  ไม่สามารถประมวลผลแบบกระจายได้



ตอนที่  3  อธิบาย 

1.  UTP
เป็นสายคู่บิดเกลียวไมีมีฉนวนหุ้ม

2.Unauided   Media
สื่อที่ไม่สามารถกำหนดเส้นทางได้

3.Downlink
สัญญาณดาวน์ลิงก์ เพิ่อป้องกันการรบกวน

4.Trasponder
กำหนดหน้าที่ของสัญญาณที่ทางรับซึ่งมีกำลังอ่อน

5.Distributed  System
ผู้ใช้สามารถประมวลผลได้

6.WAN
ระบบเครือข่ายที่ขยายของการเชื่อมต่อควบคุมพื้นที่

7. Wireless  Comunication
การสื่อสารแบบใช้สายแบบดิจิตอล  เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ทำรายการ

8.PDA
ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์มือถือได้รับความนิยมสูง

9.Broadcast  Network
ประกอบด้วย  ช่องสื่อสารแบบแพร่กระจาย

10.Application  Layer
ระดับแอพพลิเคชั่น  เป็นระดับที่มีผู้ใช้ติดต่อกันระบบเครือข่ายผ่านโปรแกรมประยุกต์



วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2556

http://wownamsiri040.blogspot.com



                                                           ดาวเทียมไทยคม


               ดาวเทียมไทยคม เป็นโครงกาดาวเทียมสื่อสาร เพื่อให้บริการสื่อสารผ่านช่องสัญญาณดาวเทียม ซึ่งกระทรวงคมนาคม (ในขณะนั้น) ต้องการจัดหาดาวเทียมเพื่อรองรับการขยายตัวด้านการสื่อสารของประเทศอย่างรวดเร็ว แต่ในเวลานั้นประเทศไทยยังไม่มีดาวเทียมเป็นของตนเอง และต้องทำการเช่าวงจรสื่อสารจากดาวเทียมของประเทศต่างๆ ทำให้ให้เกิดความไม่สะดวกและสูญเสียเงินออกนอกประเทศเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากการจัดสร้างดาวเทียมต้องใช้เงินลงทุนสูงมากจึงได้มีการเปิดประมูลเพื่อให้สัมปทานแก่บริษัทเอกชนเข้ามาดำเนินการแทนการใช้งบประมาณจากภาครัฐ และ บริษัท ชินวัตร แซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ตามลำดับ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รับสัมปทานเมื่อ พ.ศ. 2534 เป็นต้นมา เป็นระยะเวลา 30 ปี (ปัจจุบันอำนาจการดูแลสัญญาโอนไปที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร)
ชื่อ "ไทยคม" (Thaicom) เป็อชื่พระราชทาน ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน โดยย่อมาจาก Thai Communications ในภาษาอังกฤษ

วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2555

http:wownamsiri040.blogspot.com

                                   บทที่  3  การประมวลผลข้อมูล

ตอนที่  1  อธิบาย  (หมายถึง  การให้รายละเอียดเพิ่มเติม  ขยายความ  ถ้ามีตัวอย่างให้ยกตัวอย่างประกอบ)  ตอบแบบสั้น


1.  ข้อมูลปฐมภูมิและข้อทุติยภูมิต่างกันอย่างไร
ตอบ.  ข้อมูลปฐมภูมิ  คือ  ข้อมูลที่ได้มาจากแหล่งกำเนิดข้อมูลโดยตรง  เป้นการค้นหาขัอมูลโดยตนเอง  จากการสัมภาษณ์  สอบถาม    สอบถาม  เช่นการสำรวจประชากร
          ส่วนข้อมูลทุติยภูมิ  คือ  ข้อมูลที่มีผู้เก้บรวมรวมไว้แล้วสามารถนำมาใช้งานได้ทันที

2.  อธิบายความหมายของ   "เขตข้อมูล"   ( Field  )
ตอบ.  ประกอบด้วย  ชุดของอักขระที่สัมพันธ์กัน  เช่น  ในการจัดทำป้ายจ่าหน้าซองจดหมายถึงสมาชิกของศูนย์  ข้อมูลแต่ละบุคคล  อาจจะประกอบด้วยเขตข้อมูลหมายเลขสมาชิก เขตข้อมูลที่อยู่  เขตจังหวัด  เป็นต้น

3.  วิธีจัดการแฟ้มข้อมูลแบบใดเข้าถึงข้อมูลได้เร็วที่สุด  เพราะเหตุใดและมีประโยชน์อย่างไร  ยกตัวอย่าง
ตอบ.  แบบเรียงลำดับ  เพราะเป้นการจัดเก็บข้อมูลแบบเรียงลำดับทุก  ๆ  ระเบียบ  เพื่อให้หน่วยงานที่มีข้อมูลจำนวนมากและเป้นครั้งเป็นคราว  เพื่อให้การประมวลผผลเข้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เช่น  การปรับปรุงเงินเดือนพนักงาน  โดยใช้หมายเลขประกันสังคมเป็นคีย์หลัก


ตอนที่  3  อธิบายศัพท์
1.  System  Analyst
     มีหน้าที่วิเคราะห์  ออกแบบ และนำสารสนเทศบนคอมพิวเตอร์เป็นพื้นฐานมาใช้งาน


2.  MIS
     บุคคลากร  เกี่ยวกับตำแหน่ง  บทบาท  และความรับผิดชอบที่สำคัญของบุคลากร


3.  DSS
         ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ  เป็นความก้าวหน้าของระบบการรายงานสารสนเทศ


4.  EIS
        ระบบสารุสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง  เป็นระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการที่ถูกนำมาใช้เพื่อให้ได้สารสาเทศสำหรับการวางแผน


5.ES
      ระบบผู้เชี่ยวชาญ  เป็นส่วนหรึ่งในการค้นคว้าระบบ   "ปัญญาประดิษฐ์"


6.Knowledge  Base
          ฐานความรู็  เป็นศูนย์กลางของระบบผู้เชี่ยวชาญ


7.User  INterface
         ส่วนต่อประสานกับผู้ใช้  คือ  เครืองหมายหรือสัญลักษณ์บนจอภาพ


8.Inference  Engine  
            เครื่องอนุมาน  คือ  ระบบของโปรแกรมที่ใช้ในการสร้างระบบผู้เชี่ยวชาญ


9.  Data  Structured
           โครสร้างข้อมูล  การประมวลผลข้อมูลในคอมพิวเตอร์


10.  Semi  Structured  
             ข้อมูลความรู้จะเป็นลักษณะแบบกึ่งโครงสร้าง






                                               บทที่  4    การวิเคราะห์และออกแบบระบบงาน
ตอนที่  1  อธิบาย  (หมายถึง  การให้รายละเอียดเพิ่มเติม  ขยายความ  ถ้ามีตัวอย่างให้ยกตัวอย่างประกอบ)  ตอบแบบสั้น

1.  อธิบายความหมายของ  "การวิเคราะห์ระบบ"
ตอบ.  คือ  กระบวนการเกี่ยวกับการศึกษาระบบที่มีอยู่แล้ว  เพื่อกำหนดวิธีการทำงานและวิธีการทำงานและวิธีที่ผู้ใช้ต้องการ  การวิเคราะห์ระบบเป็นการวางแผลงาน  การทำงานเพื่อปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น  การสำรวจ  การสร้งความสัมพันธ์


2.วงจรการพัฒนาระบบมีกี่ขั้นตอน  อะไรบ้าง
ตอบ.  มี  5  ขั้นตอน  ดังนี้
          1.  ขั้นเตรียมการ สำรวจ  กำหนดปัญหา
          2.  การวิเคราหะห์  ทำความเข้าใจกับระบบเดิม
          3.  การออกแบบ  การวางแผนออกแบบระบบใหม่
          4.  การพัมนา  การทำงานเพื่อให้ได้ระบบงานใหม่ตามที่ออกแบบไว้
          5.  การนำไปใช้  การเปลี่ยนแปลงให้ใ้ช้ระบบใหม่


3.แผนภาพกระแสข้อมูลมีประโยชน์อย่างไร
ตอบ.  มีประโยชน์สำหรับการอธิบายกระบวนการทำงานและไหลเวียนข้อมูล  ช่วยในการสื่อสารระหว่างนักวิเคราะห์ระบบและผู้ใช้ระบบ


ตอนที่  3    อธิบายสัญลักษณ์ในการเขียนผังงานต่อไปนี้
1.    การประมวลผลข้อมูล  การกำหนดค่า  การโยกย้ายข้อมูล
2.  หน่วยรับหรือแสดงข้อมูล  โดยไม่ระบุอุปกรณ์
3.  แสดงจุดเริ่มต้นหรือสิ้นสุดของโปรแกรม
4.  แสดงผลจอทางจอภาพ
5.  แสดงผลทางเครื่องพิมพ์
6.  กำหนดเงื่อนไข  ทางเลือก  การเปรียบเทียบ
7.  โปรแกรมย่อย  หรือโมดูล
8.  การเตรียมทำงานลำดับต่อไป
9.  จุดเชื่อมต่อผังงานในหน้าเดียวกัน
10.  จุดเชื่อมต่อผังงานที่อยู่หน้าต่างกัน




วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2555

http://wownamsiri040.blogspot.com

  1.    วิวัฒนาการคอมพิวเตอร์
    จอภาพเป็นอุปกรณ์ต่อเชื่อมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งที่แสดงผลลัพธ์ ชั่วคราว เพื่อเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์กับเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ สามารถสื่อสารเข้าใจตรงกันได้ ซึ่งจะมีอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อีกตัวหนึ่งทำงานควบคู่กับจอภาพ นั่นคือ การ์ดสำหรับแสดงผลจอภาพ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
    ซึ่งจอภาพมีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงในด้านเทคโนโลยีที่แตกต่างกันออกไป เทคโนโลยีบางอย่างกำลังจะเข้ามาแทนที่ ในขณะที่เทคโนโลยีบางอย่างกำลังจะถูกกลืนแล้วก็หายไป (Technology Life Cycle) มีอะไรบ้างในช่วงของ Life Cycle จอภาพที่มีการเปลี่ยนแปลง

    CRT (Cathode Ray Tubes)
    เทคโนโลยีของจอแสดงผล (Display Technology) อดีตในปี ค.ศ. 1897 นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน Kari Ferdinand Braun เป็นผู้ประดิษฐ์หลอดรังสีคาโธด หรือ CRT และในปี ค.ศ. 1908 Campbell Swinton ได้เสนอให้ใช้หลอด CRT สำหรับการแสดงผลภาพ ต่อมาในปี ค.ศ. 1936 ได้มีการเริ่มนำ CRT มาทำจอภาพโทรทัศน์เป็นครั้งแรก โดยใช้การสแกนแนวนอน 343 เส้น และสามารถผลิตภาพได้ 30 ภาพต่อวินาที ซึ่งเพียงพอในการหลอกสายตามนุษย์ให้เป็นเป็นภาพต่อเนื่องได้โดยไม่กระตุก โดยหลักการของ CRT ซึ่งเป็นหลอดสูญญากาศนั้นทำงานโดยการยิงลำแสงอิเล็กตรอนผ่านสนามแม่เหล็ก ซึ่งใช้ควบคุมทิศทางของลำแสงอิเล็กตรอนให้สามารถไปทางซ้าย-ขวา ขึ้นบน-ลงล่าง โดยการควบคุมผ่านวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเมื่อยิงอิเล็กตรอนออกไปกระทบกับสารที่เคลือบด้านในของจอภาพ ซึ่งมีสารฟอสเฟสฉาบอยู่บนหลอดภาพ และเมื่อสารฟอสเฟสโดนแสงก็จะถูกกระตุ้นให้เปล่งแสงออกมา จุดไหนที่โดนแสงจะถูกกระตุ้นให้เปล่งแสงออกเป็นจุดๆ ซึ่งจุดนี้ก็คือจุดที่แสดงภาพขึ้นมาบนหน้าจอ จุดนี้มีชื่อเรียกว่า พิกเซล (Pixel)
    54184

    จอภาพที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์มีหลักการแบบเดียวกับจอโทรทัศน์ เทคโนโลยีของ CRT เป็นที่นิยมในเทคโนโลยีแสดงผลที่มีอายุเกินร้อยกว่าปี และมาตรฐานการแสดงผลที่ใช้กับคอมพิวเตอร์มาจากการพัฒนาของบริษัทไอบีเอ็ม ระบบแสดงผลที่ใช้กับจอภาพมีสีเดียวที่เรียกว่า “โมโนโครม” หรือ MDA (Monochrome Display Adapter) ซึ่งจะแสดงผลที่เป็นตัวอักษรเพียงอย่างเดียวแต่ให้ความละเอียดสูง แต่คาดกันว่าในอนาคตผู้ใช้คอมพิวเตอร์จะเลิกใช้จอภาพแบบ CRT ด้วยเหตุผลง่ายๆ คือ ประหยัดพื้นที่ และที่สำคัญคือสุขภาพสายตา เทคโนโลยีหลอดภาพที่นำมาใช้เป็นมอนิเตอร์สำหรับคอมพิวเตอร์มีการพัฒนา ตั้งแต่ CGA, EGA, VGA, XGA และในปัจจุบันกลายเป็น UXGA
    CD (Liquid Crystal Display)
    ถูกคิดค้นในปี ค.ศ. 1963 จอ LCD เริ่มจากการพัฒนานำมาใช้กับนาฬิกาและเครื่องคิดเลข เป็นจอภาพที่เริ่มเข้าสู่ยุคดิจิตอล จอภาพที่มีความแบนทำให้สามารถแสดงตัวอักษรและภาพได้โดยไม่เกิดการกระพริบ (flicker) การทำงานของจอภาพ LCD นั้นอาศัยหลักของการใช้ความร้อนที่ได้จากขดลวดมาทำการเปลี่ยนและบังคับให้ ผลึกเหลวแสดงสีต่างๆ ออกมาตามที่ต้องการ ทำให้แสงสว่างที่ได้จะไม่สั่นไหวเหมือนจอภาพแบบที่ใช้หลอดภาพ ซึ่งประโยชน์ก็คือสามารถลดความเมื่อยล้าในการมองได้ ซึ่งเดิมทีจอ LCD นิยมใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์แบบแล็ปท๊อปหรือโน้ตบุ๊ค แต่ในปัจจุบันเริ่มมีปริมาณผู้ใช้จอภาพ LCD กับเครื่องเดสก์ทอปกันมากขึ้น และรวมไปถึง PDA และอาจกล่าวได้ว่าจอภาพ LCD กำลังก้าวมามีบทบาทแทนที่จอภาพแบบ CRT ซึ่งข้อดีของจอ LCD คือมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และกินไฟไม่มาก ให้ความละเอียดได้มากกว่าจอ CTR แต่ข้อเสียคือมีราคาแพงกว่าจอ CTR ส่วนในแง่ของการแสดงผล จอภาพ LCD ขนาด 15 นิ้ว สามารถให้พื้นที่การมองได้เกือบจะเท่ากับจอภพา CRT ขนาด 17 นิ้ว
    54185 54186

    จอภาพ LCD แบ่งเป็นสองเภท คือ
    • Dual-Scan Twisted Nematic (DSTN) เป็นจอภาพแบบ Passive Matrix จอภาพที่มีสีค่อนข้างแห้ง เนื่องจากมีความสว่างน้อย และสีสันไม่มากนัก ทำให้ไม่สามารถมองจากมุมมองอื่นได้ นอกจากมองจากมุมตรง และมีการตอบสนองที่ช้ามาก ดั้งนั้นจึงมีปัญหาเวลาที่เราดูภาพยนตร์หรือเคลื่อนเมาส์เร็วๆ ทำให้เรามองภาพเป็นภาพเบลอๆ ไป ตามการเปลี่ยนภาพไม่ทัน
    • Thin Flim Transistor (TFT) เป็นจอ LCD ที่ถูกพัฒนาเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของจอ LCD แบบ DSTN โดยจอแบบ TFT นีเป็นแบบ Active Matrix ซึ่งได้ทำการเพิ่มเอาทรานซิสเตอร์เข้าไปเชื่อมต่อเข้ากับจอ LCD โดยทรานซิสเตอร์แต่ละตัวจะแทนแม่สี ผลที่ได้ก็ทำให้มีการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของภาพที่เร็วขึ้น มีความคมชัดมากขึ้น จอภาพมีสีสดใสมองเห็นจากหลายมุม เนื่องจากให้ความสว่างและสีสันในอัตราที่สูง และจอภาพ TFT สามารถทำให้บางกว่าจอภาพแบบ LCD ปกติได้ จึงทำให้มีน้ำหนักเบากว่า
    54187 54188
           OLED (Organic Light Emitting Diodes)
    เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังจะเข้ามาเพื่อทดแทนเทคโนโลยี LCD ค้นพบโดยบังเอิญของนักวิจัยมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ โดยพบว่าสารกึ่งตัวนำบางชนิดสามารถเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นแสงได้ ซึ่งเรียกว่า “อิเล็กโทรลูมิเนสเซนซ์” (Electroluminescence) ซึ่งเป็นสารโพลิเมอร์ที่ให้สีต่างๆ เมื่อนำมาประกอบกันและให้พลังงานในจุดที่ต้องการก็จะเปล่งแสงประกอบกันเป็น ภาพและสีตามต้องการเหมือนจอภาพ LED (Light Emitting Diodeds) OLED เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานโดยอาศัยคุณสมบัติทางนาโน คือ วัสดุอินทรีย์เปล่งแสง เพราะเป็นสารอินทรีย์นี้เราจึงสามารถประกอบอุปกรณ์ OLED บนวัสดุที่พับงอได้ จึงเกิดเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า จอภาพแบบยืดหยุ่น (Flexible Display) ซึ่งมีข้อดีคือกินพลังงานน้อยกว่า จอภาพบาง แบน เบา ให้สีคมชัด และยืดหยุ่นได้ จากข้อดีดังกล่าวทำให้นักวิจัยเร่งวิจัยและพัฒนาคือ จอภาพที่ไม่กินพื้นที่ สามารถบิดงอได้โดยไม่ทำให้จอเสียหรือภาพล้ม ซึ่งเทคโนโลยีแบบเดิมไม่สามารถสนองความต้องการนี้ได้
    ซึ่งในปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยี OLED มาใช้กับจอภาพคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คทำให้มีภาพเคลื่อนไหวที่ชัดเจน การแสดงผลของจอภาพ OLED แสดงผลได้เร็วกว่าจอภาพ LCD จากคุณสมบัตินี้ทำให้จอภาพ OLED จะถูกนำไปใช้กับโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ที่เรียกว่า 3G คือเป็นโทรศัพท์ในยุคที่สาม เพราะโทรศัพท์ประเภทนี้จำเป็นต้องแสดงภาพวิดีโอของคู่สนทนาด้วย เพราะไม่เพียงแต่จะออกแบบให้สื่อสารกับหูเท่านั้น ยังสนองความต้องการทางตาได้ด้วย ทำให้จอภาพ OLED เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
    54191

    Plasma
    จอภาพ Plasma คือ วิวัฒนาการแห่งเทคโนโลยี visual image สำหรับแสดงข้อมูลดิจิตอล ด้วยเทคโนโลยี ALIS จอภาพ Plasma ใช้หลอดขนาดเล็กบรรจุก๊าซซีนอน เลียนแบบหลอดฟลูออเรสเซ็นต์ เมื่อมีการปล่อยกระแสไฟฟ้าไหลผ่านหลอดใด ก๊าซก็จะเปลี่ยนสถานะเป็นพลาสมา แล้วปล่อยพลังงานออกมาในรูปของรังสีอุลตร้าไวโอเลต ซึ่งจะไปกระตุ้นสารฟอสเฟอร์ไวแสงสีต่างๆ สามสีบนผิวจอให้สว่างขึ้นมา สามารถตอบสนองต่อสัญญาณภาพได้รวดเร็ว ทำให้ภาพคมชัด มีความละเอียด และความสว่างสูง มีสีสันที่ใกล้เคียงกับสีตามธรรมชาติเป็นอย่างมาก และมีมุมมองที่คมชัดมากกว่าจอภาพแบบ LCD สามารถมองภาพได้ชัดเจนในมุมกว้างเกือบ 180 องศา เนื่องจากเทคโนโลยีของจอภาพแบบ Plasma มีความแตกต่างจากจอภาพแบบ LCD ทำให้ราคาแพงกว่าจอภาพแบบ LCD ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาที่จะเป็นที่ยอมรับในการเลือกซื้อมาใช้งานในปัจจุบัน
    5419254193
           Touch Screen
    เป็นอีกหนึ่งจอภาพที่อยากพูดถึง เป็นระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นที่ทำให้ผู้ใช้สามารถสัมผัสจอแล้วได้รับการตอบสนอง จากคอมพิวเตอร์ เปรียบเสมือนมีเม้าส์และคีย์บอร์ดที่จอภาพ ซึ่งจะต้องประกอบด้วยส่วนสำคัญหลักๆ 2 ส่วน คือ
    1. แผ่นหน้าจอสัมผัส ที่มีขนาดและความโค้งพอดีกับหน้าจอ ตัวควบคุม Touch Screen มีทั้งอยู่บริเวณหลังหน้าจอ หรือแบบอยู่ในตัวเครื่อง แล้วส่งข้อมูลจาการสัมพผัสเข้ามาในตัวคอมพิวเตอร์
    2. Software จะเป็นตัวประมวลผลข้อมูลที่ได้จากหน้าจอสัมผัส ส่วน driver จะเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นข้อมูลสำหรับเม้าส์ และนำส่งข้อมูลที่เปลี่ยนแล้วไปเป็นโค้ดสำหรับบังคับเม้าส์ ซึ่งเป็นหน่วยที่บรรจุอยู่ใน host server software ตัวบังคับเม้าส์นี้จะทำงานอยู่ใน host เราจะไม่สามารถทราบว่า ข้อมูลที่ได้รับเป็นโค้ดสำหรับเม้าส์นี้มาจากตัวเม้าส์เอง หรือมาจากหน้าจอที่ควบคุมโดยการสัมผัส ซึ่งทั้งสองวิธีเราสามารถใช้ได้พร้อมๆ กัน
    ประโยชน์ของ Touch Screen นั้นทำให้ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์สามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างคล่อง แคล่วขึ้น สามารถเข้าสู่การทำงานของโปรแกรมได้อย่างง่ายและรวดเร็วเพียงปลายนิ้วสัมผัส อีกทั้งหน้าจอของ Touch Screen เป็นระบบ Analog Resistive ทำให้สามารถอยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่นก็สามารทำงานได้ปกติ และยังสามารถโดนน้ำก็ยังทำงานได้
    54194 54195


    มาดูข้อดีข้อเสียของจอภาพแต่ละชนิดกัน เลือกให้ตรงกับความต้องการ เพื่อจะได้ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
    54197